ผู้เขียน: Francisco

Corona beer การดื่มด่ำที่ไม่เหมือนใคร

Corona beer

Corona beer เบียร์สัญชาติเม็กซิโก เมืองที่มีภูมิประเทศเหมือนกับบ้านเรา จึงนำเสนอน้ำเมาอยู่ 2 อย่างคือ
โคโรน่าเบียร์ และ เตกิล่า

เม็กซิโก เป็นภูมิประเทศที่คล้ายๆกับประเทศไทย มีพริก มีมะนาว เป็นเครื่องชูรส และสิ่งที่ ชาวเม็กซิกัน
นิยมและชอบมากๆ

ก็คือ การที่เขาสามารถเผยแพร่วิธีดื่มเครื่องดื่มหรือน้ำเมา ให้ออกมาแบบชาวเม็กซิกัน ให้กับคนทั่วโลกได้

และโดยเฉพาะ เบียร์โคโรน่า นั้น เขาว่ามันทำให้ดีกรีเข้มขึ้นเมื่อใส่ไลม์ในประเทศแถบหนาวดูมัน
คล้ายมะนาวลูกโตๆบ้านเรา แต่ส่วนประเทศเขตร้อนก็นิยมใช้มะนาวแทน

ลักษณะเบียร์เป็นสีทองสง่างาม สัมผัสกลิ่นหอมจากมอลท์และฮ็อป รสชาติที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างมอลท์และฮ็อปอย่างลงตัว นิยมดื่มร่วมกันกับมะนาว เป็นเบียร์ที่ดื่มง่าย สร้างความสดชื่นในวันที่อากาศร้อนๆได้เป็นอย่างดี…

Read More »

Jack & Coke คู่หูสุดคลาสสิก เป็นอะไรที่ลงตัวสุด

แจ็คแดเนียลโคล่า

Jack & Coke แจ็คแดเนียลโคล่า จุดกำเนิดของเครื่องดื่มแก้วนี้ ไม่มีการระบุเวลาไว้แน่ชัดเท่าไหร่นัก
แต่ว่าวัฒนธรรมการดื่ม Coke ผสมเหล้า เริ่มขึ้นในปี 1907 ที่สหรัฐฯ

ในชื่อของ Coca-Cola Highball (โคคาโคล่า ไฮบอลแค่เพียงมีเหล้าสีอำพัน

ไม่ว่าจะ Gold – Aged Rum, Anejo – Repersado Tequila, Cognac, Brandy หรือ Whisky
เพียงแค่เอามาผสมกับ Coke เป็นใช้ได้

แต่เหล้าตัวที่มีรสชาติที่เข้ากันได้ดีที่สุด จะเป็น Whiskey ที่ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ
ซึ่งในมุมมองของชาวอเมริกันอดีต

นับได้ว่าเป็นเหล้าที่คนในชนบทชอบดื่มกัน มองเห็นได้บ่อยมากในฝั่งของเมือง Kentucky แต่อยู่ก็ได้รับความนิยมชมชอบขึ้นมาในปี 1945 ทั้งนี้ Jack Daniel’s เองก็มีข้าวโพดเป็นส่วนผสมด้วย

เมื่อนำทั้ง อย่างรวมเข้าด้วยกัน ความหวานละมุนรวมทั้งกลิ่นหอมหวนของ Whiskey มาเจอกับรสชาติหวานเปรี้ยว แบบ Citrus และก็ความซ่า

และเมื่อบวกกับความเรียบง่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก ทำให้เป็นที่พอใจใครหลายๆคน จนกลายเป็นเมนู Classic ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ต้องมีคนดื่ม เรียกได้ว่า Jack อยู่โต๊ะไหน Coke จำเป็นต้องอยู่โต๊ะนั้น

ด้วยความนิยมอย่างมากนี้ ทำให้ Jack Daniel’s ถึงกับเข็น Jack Daniel’s Cola  แจ็คแดเนียลโคล่า

ออกออกสู่ตลาดในฐานะเครื่องดื่ม RTD (Ready to Drink) ที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลามาตวงส่วนผสม เพียงแค่เปิดแล้วยกดื่ม หรือรินใส่น้ำแข็งได้ในทันที

Read More »

Jack & Coke คู่หูสุดคลาสสิก เป็นอะไรที่ลงตัวสุด

แจ็คแดเนียลโคล่า

Jack & Coke แจ็คโค้ก จุดกำเนิดของเครื่องดื่มแก้วนี้ ไม่มีการระบุเวลาไว้แน่ชัดเท่าไหร่นัก
แต่ว่าวัฒนธรรมการดื่ม Coke ผสมเหล้า เริ่มขึ้นในปี 1907 ที่สหรัฐฯ

ในชื่อของ Coca-Cola Highball (โคคาโคล่า ไฮบอล) แจ็คโค้ก

แค่เพียงมีเหล้าสีอำพัน ไม่ว่าจะ Gold – Aged Rum, Anejo – Repersado Tequila, Cognac, Brandy หรือ Whisky
เพียงแค่เอามาผสมกับ Coke เป็นใช้ได้

แต่เหล้าตัวที่มีรสชาติที่เข้ากันได้ดีที่สุด จะเป็น Whiskey ที่ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ ซึ่งในมุมมองของชาวอเมริกันอดีต
นับได้ว่าเป็นเหล้าที่คนในชนบทชอบดื่มกัน มองเห็นได้บ่อยมาก

ในฝั่งของเมือง Kentucky แต่อยู่ก็ได้รับความนิยมชมชอบขึ้นมาในปี 1945 ทั้งนี้ Jack Daniel’s เอง
ก็มีข้าวโพดเป็นส่วนผสมด้วย

เมื่อนำทั้ง อย่างรวมเข้าด้วยกัน ความหวานละมุนรวมทั้งกลิ่นหอมหวนของ Whiskey มาเจอกับรสชาติหวานเปรี้ยว แบบ Citrus และก็ความซ่า 

ละเมื่อบวกกับความเรียบง่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก ทำให้เป็นที่พอใจใครหลายๆคน
จนกลายเป็นเมนู Classic 

ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ต้องมีคนดื่ม เรียกได้ว่า Jack อยู่โต๊ะไหน Coke จำเป็นต้องอยู่โต๊ะนั้น

ด้วยความนิยมอย่างมากนี้ ทำให้ Jack Daniel’s ถึงกับเข็น Jack Daniel’s Cola (แจ็คแดเนียล โคล่า)
ออกออกสู่ตลาดในฐานะเครื่องดื่ม RTD (Ready to Drink)

ที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลามาตวงส่วนผสม เพียงแค่เปิดแล้วยกดื่ม หรือรินใส่น้ำแข็งได้ในทันที

Read More »

HOEGAARDEN ฮูการ์เด้น

ฮูการ์เด้น

 

Hoegaarden Witbier Bottle ( ฮูการ์เด้น ) มีส่วนผสมของเปลือกส้มตากแห้ง (Curacao Orange Peel) เมล็ดผักชี ข้าวสาลี มอล์ท และน้ำแร่ธรรมชาติ รวมถึงมีกระบวนการหมักที่แตกต่างคือผ่านการบ่มหมักถึงสองครั้ง

โดยไม่ผ่านการกรองจนกระทั่งบรรจุลงถังหรือขวด HOEGAARDEN ฮูการ์เด้น  วิธีการรินการการเสริฟ์ที่แตกต่าง โดยเริ่มรินเบียร์ลงตรงมุมแก้วประมาณ 2 ใน 3 ของขวด หลังจากนั้นให้หยุดและหมุนขวดเพื่อให้เกิดการผสมผสานของส่วนผสมข้างต้นทำให้ได้รูปและรสที่เหมาะสม แล้วค่อยรินเบียร์ที่เหลือ…

Read More »

เปลี่ยนประสบการณ์ กับ New Moon journey

เครื่องดื่มFull Moon

เครื่องดื่มFull Moon เอาอกเอาใจวัยแนว ร่วมช่วยเหลือกิจกรรมการแสดงดนตรี CAT Radio
เปิดตัวสินค้าใหม่ Full Moon Super Clear

เครื่องดื่ม Full Moon New Moon Journey เปลี่ยนแปลงรับประสบการณ์ใหม่
เอาใจวัยแนว ในงาน CAT EXPO 6 สร้างความตื่นเต้นมากมายทั้ง Full Moon Stage

ที่ออกแบบในรูปพระจันทร์ส่องสว่าง พร้อมโชว์แสดงพิเศษจากศิลปินชื่อดัง
ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง

เทียนไขและวานิช,Taitosmith,Bomb at track,Safe planet,Alyn,My life as ali thomas

ที่สำคัญกับการเปิดตัว เครื่องดื่มFull Moon เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
โดยมี คุณพงกานต์ จันทร์กระจ่าง

Senior brand managar เครื่องดื่มฟูลมูนไวน์ ประเทศไทย 

 ร่วมเปิดตัว พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มชิมรส ก่อนวางขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าทั่วทั้งประเทศ
ซึ่งหลังจากจบงานเกิดกระแสใน Social Media

กล่าวถึงสินค้า Full Moon Super Clear ภายในงาน Cat expo กันอย่างต่อเนื่อง

ทาง Full Moon Super Clear นั้นตั้งใจจะสร้างบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ
ความทรงจำดีๆ

จะช่วยสร้างแรงบันดาลในการปลุกความคิดของเด็กรุ่นใหม่ให้ออกมาลองเปลี่ยนมุมองการใช้ชีวิต
กล้าแสดงออกถึงการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ…

Read More »

CHEERS ยกระดับสู่ความ “พรีเมี่ยม”

เบียร์เชียร์

หลังจากเปิดตัวในไทยมายาวนานนับ 10 ปี นี่คือ ครั้งแรกที่ เบียร์เชียร์ CHEERS หนึ่ง ในแบรนด์เบียร์ของกลุ่มบริษัท ทีเอพี ยกเครื่อง Rebrand ปรับภาพลักษณ์ครั้ง ใหญ่ เพราะอะไร และมีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง เรื่องน่ารู้ของการปรับ ตัวของเบียร์ CHEERS

 

เบียร์เชียร์

 

1.เบียร์เชียร์ CHEERS เป็นเบียร์ที่มีจุดกำเนิดในไทย ถือว่าเป็นอีกความภาคภูมิใจหนึ่งของ กลุ่มบริษัท ทีเอพี ที่นำเสนอสินค้าที่เป็นแบรนด์ไทย ใช้วัตถุดิบของไทย และขายในไทย ด้วยคุณภาพการผลิตระดับเดียวกับที่ผลิตเบียร์ระดับโลกอย่างไฮเนเก้น นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ก็ไม่เคยมีการปรับภาพลักษณ์มาก่อนเลย

2.เพราะว่าตลาดเบียร์เซกเมนต์ Main Stream เป็นกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุด มีมูลค่าสูงถึง 129,831.36 ล้านบาท จากตลาดรวมทั้งเซกเมนต์ 139,734 ล้านบาท ทั้งเป็นกลุ่มที่น่าจะมีการเติบโตสูงสุด จากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคซึ่งเคยดื่มเบียร์ระดับเซฟวิ่งขยับมาดื่มเบียร์เมนสตรีมมากขึ้น ขณะที่เบียร์ CHEERS ยังมีส่วนแบ่งในตลาดนี้น้อยมาก เพราะคู่แข่ง 2 แบรนด์หลัก มีความแข็งแรงทั้งในเรื่องการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ถึงยัง CHEERS ก็ยังเชื่อว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดเหลืออยู่ โดยการเจาะไลฟ์สไตล์ของลุกค้า หรือ ผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่ แต่ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ช่วยตอบสนอง

3.การปรับภาพลักษณ์ของเบียร์ CHEERS ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ “Cheers to the World” เชียร์ไทยไประดับโลก มีแผนใช้ Sport Marketing เข้ามาทำกิจกรรมกับผู้บริโภค แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยว่าจะออกมาในรูปแบบใด

4.ในการปรับภาพลักษณ์นี้สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคจะเห็นได้ชัดที่สุดคือ Packaging ซึ่งสะท้อนความเป็นเบียร์คุณภาพพรีเมี่ยม โฉมใหม่ มีไดนามิค และเป็นที่น่าสนใจ ผ่านกระป๋องทรงสูง ดีไซน์เก๋ ดูแปลกตา

5.สิ่งที่ถือว่าเป็นไม้เด็ดและสร้างความแตกต่างให้กับเบียร์ CHEERS กับเบียร์แบรนด์อื่นในเซกเมนต์เดียวกันก็คือ “รสชาติ” ซึ่งมีให้เลือก 2 รสชาติหลัก กระป๋องสีฟ้า Regular ราคา 45 บาท มีแอลกอฮอล์ 5% กับ CHEERS กระป๋องสีแดง X-tra ราคา 47 บาท แอลกอฮอล์ 6% และพิเศษสุด Limited Edition ที่จะวางจำหน่ายภายในระยะเวลาจำกัดเพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด

6. Limited Edition จะถูกเรียกว่า CHEERS Selection และรสชาติแรกของ CHEERS คือ รส Riceberry กลิ่นหอม นุ่มกว่าปกติ ผสมระหว่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ของไทย กับมอลต์จากต่างประเทศภายใต้แพ็กเก็จจิ้งสีดำเข้ม ดูพรี่เมี่ยมและเท่กว่ารสชาติอื่น จำหน่ายในราคา 49 บาท โดยจะวางจำหน่ายแบบ Exclusive ที่ 7-11 แต่อย่างที่บอกว่าลิมิเต็ดเอดิชั่น ดังนั้นจะขายเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น ถ้าอยากลองหรือซื้อเก็บสะสมก็อย่าชะล่าใจ

7.อาศัยการผนึกกำลังกับแบรนด์ที่ใหญ่กว่าในเครืออย่าง “ไฮเนเก้น” ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิต ความรู้ความสามารถของบุคลาการ และการเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงสุดจากทั่วโลกตามมาตรฐานเดียวกับไฮเนเก้น นอกจากนี้ยังผลิตที่โรงงานเดียวกัน จึงได้ตามมาตรฐานการผลิตระดับโลกเช่นเดียวกัน รวมทั้งการขนส่งและจัดจำหน่าย ก็น่าจะทำเบียร์ CHEERS ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น

8.ถ้าหากวิเคราะห์ภาพรวมการแข่งขันแล้วการขยับตัวของเบียร์ CHEER ซึ่งถือเป็นน้องเล็กของ TAP นอกจากจะพยายามสร้างยอดขายของตัวเองแล้ว ยังเป็นตัวเตะตัดขาคู่แข่งอีกด้วย ในเมื่อปีที่แล้วมีข่าวเรื่องของการที่เบียร์แบรนด์หนึ่งปรับแพ็กเก็จจิ้งมาเป็นขวดสีเขียว คล้ายคลึงกับ Heineken เจ้าตลาดเบียร์พรีเมี่ยม การจะปล่อยให้คู่แข่งเจาะตลาดตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวก็ดูจะง่ายไปนิด CHEERS เลยต้องเป็นไพ่เด็ดทำให้เบียร์ใหญ่อีก 2 แบรนด์ห่วงหน้าพะวงหลังในเซกเมนต์เมนสตรีมบ้างไม่มากก็น้อย…

Read More »

root beer รูตเบียร์ เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม

root beer

รูตเบียร์ อังกฤษ root beer เป็นเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ที่มีส่วนผสมหลักเป็นรากหรือเปลือกต้นไม้จากพืชในสกุล Sassafras เทพทาโร และ Smilax ornata เถาวัลย์ยั้ง มีสองประเภทคือแบบผสมแอลกอฮอล์และแบบน้ำอัดลม

ประวัติของรูตเบียร์ไม่ทราบแน่ชัด แต่แบ่งได้เป็นสองทฤษฎี โดยทฤษฎีแรก
รูตเบียร์ปรากฏในผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์หลายครั้ง ในชื่อสมอลเบียร์แต่รสอ่อนและบางกว่า และมีแอลกอฮอล์น้อยกว่า ทำจากสมุนไพรและผลเบอร์รี บางคนก็เรียกว่า เบิร์ชเบียร์ Birch Beer, ซาร์สพาริลลาเบียร์ Sarsparilla Beer หรือจินเจอร์เบียร์ Ginger Beer และเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวไร่ชาวนาในคริสต์ศตวรรษที่ 18

ส่วนทฤษฎีที่สอง รูตเบียร์เกิดจากการทดลองของ ชาลส์ เอลเมอร์ ไฮส์ เภสัชกรจากฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ที่กำลังคิดค้นสูตรในการผลิตยาสมุนไพร โดยนำรากไม้มาผสมกับสมุนไพรหลายชนิดแล้วหมักไว้ แต่รูตเบียร์ที่ได้ในครั้งแรกมีรสค่อนข้างขม ไฮส์จึงปรับสูตรเรื่อยมาจนเป็นที่พอใจ และนำออกจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1893 ในชื่อ “รูตทรี” แต่ไม่เป็นที่นิยม เขาจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “รูตเบียร์” และเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา

วิธีการทำแบบดั้งเดิม
มีสูตรดั้งเดิมสูตรหนึ่งที่ใช้ในการทำรูตเบียร์ โดยทำมาจากน้ำเชื่อมจากกากน้ำตาลและน้ำ โดยจะปล่อยให้น้ำเชื่อมเย็นเป็นเวลาสามชั่วโมง และนำไปผสมกับรากไม้ รวมไปถึง Sassafras Root หรือรากของเทพทาโร, Sassafras Bark หรือเปลือกไม้ของเทพทาโรและระกำ แล้วเพิ่มยีสต์ และทิ้งเครื่องดื่มไว้ให้หมักเป็นเวลา 12 ชั่วโมง…

Read More »

Spanish Wine ไวน์ในโลกเก่าอันเลอค่า

ไวน์โลกเก่า

Lifestyle”สเปน” ไวน์โลกเก่าที่หลายคนมองข้าม ในบรรดา ไวน์โลกเก่า นั้น ไวน์จากประเทศสเปน Spain ถือว่าเป็นที่รู้จักน้อยมากหรือแทบที่จะถูกลืมไปเลย เมื่อเทียบกับ ไวน์โลกเก่า Old World Wine จากประเทศอื่น ๆ อย่าง ไวน์อิตาลี หรือไวน์ฝรั่งเศส ทั้งที่ไวน์สเปนนั้นก็เป็นไวน์โลกเก่าเหมือนกัน

ในบรรดาไวน์โลกเก่านั้น ไวน์จากประเทศสเปน Spain เป็นที่รู้จักน้อยมากหรือเผลอๆแทบจะถูกลืมไปเลย เมื่อเทียบกับ ไวน์โลกเก่า Old World Wine จากประเทศอื่น ๆ อย่าง ไวน์อิตาลีหรือไวน์ฝรั่งเศส ทั้งที่ไวน์สเปนนั้นก็เป็นไวน์โลกเก่าเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้นี่เอง Wine-Now.Asia จึงขอพาทุกท่าน มาทำความรู้จักกับ ไวน์สเปน Spanish Wine และแคว้นต่างๆ ที่ผลิตไวน์กัน

เมื่อย้อนไปประเทศสเปน Spain มีหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับการปลูกองุ่นในยุคก่อนคริสตกาล จากการศึกษาเมล็ดองุ่นพันธุ์พื้นเมืองที่พบนั้น ทำให้เชื่อได้ว่าการปลูกองุ่นของสเปน มีมาตั้งแต่ช่วง 4,000 ถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล มีมาก่อนวัฒนธรรมการทำไวน์ของชนชาติ ฟินิเชีย Phoenicia จวบจนมาถึงยุคของ จักรวรรดิ์โรมัน Roman Empire ที่ไวน์สเปน Spanish Wine ถือเป็นสินค้าที่แพร่หลายไปทั่วอาณาจักร

แม้กระทั้งในช่วงที่สเปนถูกปกครองโดยชาวมุสลิม ที่มีคำสอนตามหลักศาสนาว่าด้วยการห้ามดื่มสุรา แต่สำหรับไวน์นั้นยังมีการตีความที่คลุมเครือ ทำให้ในบางพื้นที่ยังคงมีการผลิตและดื่มไวน์อยู่

จนมาถึงช่วงที่มีการยึดชิงดินแดนคืนโดยชนชาวคริสต์อีกครั้ง หรือที่เรียกกันว่า เรกองกิสตา Reconquista และเริ่มขยายวัฒนธรรมของไวน์ไปยังประเทศใต้การปกครองในช่วงล่าอาณานิคม สำหรับแหล่งผลิตไวน์สเปนที่เคยผ่านตากลุ่มคอไวน์นั้น มีอยู่ 6 แหล่ง หลักๆได้แก่…

1.Catalunya (กาตาลุญญา) 2.La Mancha (ลามันชา) 3.Mosel (โมเซล) 4.Ribera del Duero (ริเบรา เดล ดูเอโร ) 5.Rioja (ริโอฮา) 6.Valencia (บาเลนเซีย)

และแคว้นที่โด่งดังและเป็นที่ยอมรับในฐานะแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดของสเปน คงไม่พ้น Rioja ริโอฮา อย่างแน่นอน ด้วยสัดส่วน 2 ใน 3 ของการผลิตไวน์ทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมี Cava กาบา ที่เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ Sparkling Wine คุณภาพเทียบเท่ากับแชมเปญ Champagne

ในเมื่อสเปนนั้นเป็นดินแดนที่ผลิตไวน์มาตั้งแต่ยุคโบราณ นั่นหมายความว่าต้องมีองุ่นพันธุ์พื้นเมืองอย่างแน่นอน และนั่นก็คือสายพันธุ์ที่คุ้นหูคอไวน์สเปน อย่าง Grenache เกรอนาช และ Tempranillo เทมปรานิโญ่ นั่นเองครับ และด้วยความที่สเปนเป็นดินแดนที่มีอาณาเขตติดกับทะเลเป็นส่วนมาก และอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปมีอุณหภูมิอบอุ่นกว่า

ทำให้ไวน์ของสเปนมีรสหวานมากกว่ารสเปรี้ยว มีรสสัมผัสที่เข้มข้น ให้คาแรคเตอร์สดใส ร้อนแรง และสดชื่น ถึงแม้องุ่นที่เติบโตในอากาศร้อน ส่งผลให้รสชาติเข้มข้น มีความฟรุตตี้ Fruity ชัดเจนกว่าองุ่นประเทศอื่น ๆ ในแถบยุโรป แต่บอดี้ Body ของไวน์สเปน Spanish นั้นเบาอย่างไม่น่าเชื่อ

Read More »

amaretto “เหล้าอิตาลี” ที่มีดี มากกว่าความเมา

Amaretto

Amaretto เป็นเหล้าที่เริ่มต้นผลิตช่วงศตวรรษที่ 16 โดยแม่หม้ายที่ทำเหล้าชนิดนี้ให้ศิลปินที่เธอชื่นชอบ

เป็นเหล้าอีกชนิดที่ช่วยย่อยอาหาร จึงนิยมเสิร์ฟหลังอาหารของมื้อเย็น แม้ความหมายของชื่อจะแปลว่า ขมเล็กน้อย แต่ตัวดั้งเดิมจริงๆ ของ Amaretto แตกต่างกัน จริงๆแล้วมันกลับมีรสหวานด้วยซ้ำ

เป็นเหล้าอัลมอนด์ อันโด่งดัง ที่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของขนมหวานและค็อกเทลได้หลากหลายชนิด มีสีเข้ม รสชาติหวานซึ่งส่วนประกอบก็ต่างไปตาม

แบรนด์ต่างๆ แต่ส่วนใหญ่ผสมด้วยน้ำมันอัลมอนด์ สมุนไพรหลายชนิด และน้ำมันที่ได้จากเมล็ดแอปริคอท จึงมักนิยมเสิร์ฟแบบออนเดอะร๊อค และยังมีการนำเหล้าไปทำค็อกเทลอมาเร็ตโตแบบเปรี้ยวด้วย

แบรนด์ชื่อดังของเหล้าตัวนี้คือ Disaronno ซึ่งผลิตในเมืองชื่อ Saronno ของแคว้น Lombardy ส่วน Averna เป็นอีกแบรนด์ที่ผลิตจากแคว้น Sicilian ซึ่งตัวนี้จะมีรสชาติขมอมหวาน

นอกจากเหล้าตัวนี้จะเป็นที่นิยมในบาร์แล้ว ชาวอิตาลียังชอบใช้ผสมในการทำขนมหวานจำพวกทีรามิสุ อะโฟกาโต้และพานาคอทต้า อีกด้วย…

Read More »

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเหล้า รัม Rum

สุราที่ผลิตมาจากอ้อย

รัม rum เป็น เหล้า สุราที่ผลิตมาจากอ้อย หรือกากน้ำตาลด้วยการหมักและการกลั่น พื้นที่หลักในการผลิตอยู่ที่หมู่เกาะฝั่งทะเลแคริบเบียนซึ่งปลูกอ้อยกันมาก และบางประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้

รัม ได้แยกตามความนิยมเป็น 3 ชนิดด้วยกัน

รัมสีขาว white rum เป็นรัมที่มีสีใส บางชนิดไม่ต้องเก็บบ่ม บางชนิดต้องเก็บบ่มในถังไม้เพื่อให้กลิ่นรสดีขึ้น บางครั้งเรียกว่า silver rum เหมาะสำหรับนำไปผสมค็อกเทลที่ไม่ต้องการให้สีเปลี่ยน

รัมสีทอง gold rum เป็นรัมที่มีสีเหลืองใส ได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี หรือผสมสี กลิ่น รสชาติ ด้วยคาราเมล ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาล เป็นสีเหลืองทอง เพื่อให้ได้เหล้ารัมที่มีกลิ่น สี รสชาติมากขึ้นกว่าเดิม

รัมสีดำ dark rum เป็นรัมที่มีสีเกือบดำ ได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี และผสมกับคาราเมลที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาลจนเป็นสีดำเกือบไหม้ จะได้กลิ่นและรสชาติมากขึ้น

เหล้ารัมนิยมนำไปผสมเป็นค็อกเทล ที่รู้จักกันมากคือกูบาลิเบร นอกจากนี้ยังนำไปผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำผลไม้ต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เรียกว่าพันช์ จะเป็นเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีมากกับรัม

เหล้ารัมที่จำหน่ายจะมีดีกรีราว 40 ดีกรี แต่มีหลายชนิดผลิตให้มีดีกรีสูงมากถึง 75.5-80 ดีกรี หรือที่เขียนว่า 151 Proof เพื่อให้เครื่องดื่มผสมมีความแรงเพิ่มขึ้น

Read More »