Asahi เบียร์ที่ขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

เบียร์ที่มียอดขายดีที่สุด

 

Asahi เบียร์ที่มียอดขายดีที่สุด ในประเทศญี่ปุ่น คำนี้ไม่ใช่คำที่ได้มาง่ายๆ ยิ่งในประเทศที่มีมาตรฐานสูงในหลาย ๆ ด้าน อย่างประเทศญี่ปุ่น

1.“Japan’s Number One Beer” เป็น เบียร์ที่มียอดขายดีที่สุด ในประเทศญี่ปุ่น

อาซาฮี Asahi เบียร์ ก่อตั้งเมื่อปี 1889 หรือ 130 ปีที่แล้ว ที่เริ่มจากโรงงานเบียร์เล็ก ๆ ชื่อ “โฮซากา เบียร์ บรูอิง” Osaka Beer Brewing ฟันฝ่าผ่านอุปสรรคมามากมายหลายรูปแบบ จนปัจจุบันกลายเป็น “ Asahi Breweries Group” พร้อมกับ ตำนานและสถิติอีกหลายๆด้าน ทั้ง ผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ผลิตเบียร์ส่งออกและขายดีเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น

2. Asahi Super Dry เป็นเบียร์ที่สร้างชื่อให้กับอาซาฮีจนกลายเป็นเอกลักษณ์และลิขสิทธิ์โดยเฉพาะ

“อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย” Asahi Super Dry คือรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้อาซาฮีจนกลายเป็นเอกลักษณ์และลิขสิทธิ์เฉพาะของอาซาฮี ที่เกิดจากประสบการณ์อันยาวนานในการผลิตเบียร์ของอาซาฮีเอง พร้อมกับความใส่ใจในรายละเอียด ที่เรียกได้ว่าทุกพรายฟองทำให้เบียร์ที่ได้มีความนุ่มลึกและซับซ้อน

ในอดีตนั้น เบียร์ในญี่ปุ่นจะเน้นที่ความหวาน หอม และความเข้มข้น แต่ Dry Beer เป็นเบียร์ที่ลดความขมด้วยการลดปริมาณข้าวมอลต์ลง ใช้ข้าวหรือแป้งข้าวโพดเป็นส่วนผสมเพื่อให้ดื่มง่าย จากนั้นลดความหวานด้วยการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอลล์มากกว่าเบียร์ทั่วไปอีก 5.0% เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการลดน้ำตาล

ด้วยรสชาติที่นุ่มนวล หอมนิด หวานหน่อย ของ Asahi Super Dry นี่เองทำให้ Dry Beer แพร่หลายอย่างมากในญี่ปุ่น และจากแนวทางการทำตลาดที่แตกต่างทำให้คำว่า Super Dry ติดอยู่ในใจนักดื่มญี่ปุ่น จนเกิดสงครามตลาดเบียร์ Dry Wars ในญี่ปุ่นในปี 1988

3. การพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้ดีที่สุด กับวิถี “คารากูชิ” Karakuchi คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า“เทคโนโลยีในฝัน” เพื่อรสชาติที่ล้ำลึก

อีกอย่างหนึ่งซึ่งถือว่าความสำคัญและลึกล้ำคือ การนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า “เทคโนโลยีในฝัน” มาใช้ในการผลิตเบียร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยรักษารสชาติและความสดใหม่ของเบียร์เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต ด้วยการใช้ระบบสายพานลำเลียงที่ไม่ส่งผลเสียต่อมอลต์ และเครื่องสีที่ทำให้เมล็ดพันธุ์เสียหายน้อยที่สุด ซึ่งเรื่องพวกนี้จะส่งผลถึงกลิ่นและรสชาติที่ไม่พึงประสงค์

ที่สำคัญอาซาฮีเป็นโรงผลิตเบียร์แห่งแรกที่มีถังบรรจุเบียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้ง โดดเด่นเป็นสง่าสมกับเป็นเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่น นอกจากนี้ อาซาฮียังใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาคุณภาพของเบียร์อย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้รสชาติที่นำเสนอต่อผู้บริโภคทั่วโลกที่เรียกว่า “คารากูชิ” Karakuchi ยังคงรสชาติเดิมที่นุ่มลึกสดใส

ยีสต์ ที่ใช้ในการหมักเบียร์ Super Dry ของอาซาฮีนั้นมีชื่อว่า “อาซาฮีสายพันธ์318” เป็นยีสต์เฉพาะและหายาก นอกจากจะให้ประสิทธิภาพในการหมักที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังให้กลิ่นที่ สะอาด หอมหวาน และรสชาติสดชื่น แบบ Dry Beer ซึ่งอาซาฮีใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาเรื่องนี้อย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

ขณะที่ “มอลต์” Malt จะถูกเลือกโดยใช้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์, ต้นกำเนิด,วิธีที่เมล็ดแตกตัว ก็ถูกเอามาพิจารณาอย่างเข้มงวดเช่นกัน โดยแหล่งเมล็ดพันธุ์ของอาซาฮีนั้นได้มาจากเกษตรกรทั่วโลก ที่แบ่งปันข้อมูลเมล็ดพันธุ์ที่อาซาฮีต้องการและ นำไปพัฒนาจนได้รับเมล็ดพันธุ์ที่มีมาตรฐานเกินกว่าที่ต้องการ

สุดท้ายที่ถือว่าสำคัญในการผลิตเบียร์คือ “ฮ็อบส์” Hops อาซาฮีใช้ฮอบส์คุณภาพสูงและราคาแพง เพื่อต้องการให้ได้สุนทรียรสแห่งความขมที่โดดเด่นของเบียร์ Super Dry โดดเด่นชัดขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์

4. Asahi Super Dry ยังสร้างตำนานด้วยสถิติในปี 2529 หลังเปิดตัวได้เพียง 2 ปี แต่ทำยอดขายเกือบ 100 ล้านลัง

Asahi Super Dry นั้นนอกจากจะเป็นเบียร์ที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังสร้างตำนานด้วยสถิติในปี 2529 หลังเปิดตัวได้เพียง 2 ปี แต่ทำยอดขายเกือบ 100 ล้านลัง และยังรักษายอดขายสูงกว่า 100 ล้านลังมาได้อย่างต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ ที่สำคัญไม่ว่าจะมีวิกฤตเศรษฐกิจหรือภัยธรรมชาติ ก็ยังคงครองบัลลังก์อันดับ 1 ด้านยอดขายด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 35% มาได้อย่างต่อเนื่อง

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอาซาฮีจะผสมผสานกลยุทธ์ใหม่โดยเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับ “ปริมาณ” มาเป็น “คุณภาพ” พร้อมกับจับตลาด “Luxury Beer” มากขึ้น รวมทั้งขยายการลงทุน ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้ไปซื้อกิจการเบียร์ Fuller Smith & Turner’s ในอังกฤษ ด้วยมูลค่า 250 ล้านปอนด์ (ราว 10,490 ล้านบาท) ซึ่งจะได้ London Pride แบรนด์เรือธงพร้อมทั้งได้โรงเบียร์ Griffin Brewery ใกล้กรุงลอนดอนด้วย ซึ่ง Asahi จะได้สิทธิ์ในการทำตลาดสินค้าของ Fuller Smith & Turner’s ไปทั่วโลก

5. ในปี 2019 New Asahi Superdry ได้ขายกระป๋องขนาด 490ml. แล้วในประเทศไทย

ได้ออกขนาด 490ml. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อาซาฮีขายกระป๋องขนาด 490ml.ในประเทศไทย ที่ เปิดตัวสมาชิกใหม่ของครอบครัวอาซาฮีกับ “Asahi Super Dry Can 490 ml.” ครั้งแรก กับการเติมเต็มช่วงเวลาที่มากขึ้น ในไซส์ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมแล้ววันนี้ ที่ร้านค้าใกล้บ้านคุณ

Asahi Superdry มีสินค้าขนาดใหม่ Size 490ml. วางจำหน่ายแล้วในราคา 59 บาท หาซื้อได้ง่ายและสะดวกใน Super Market, Convenience Store และ Hyper Market ทั่วประเทศไทย

You May Also Like

About the Author: Francisco

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *