เดือน: เมษายน 2020

คอเบียร์ Yona Yona Beer Works

คราฟท์เบียร์ญี่ปุ่น

กระแสของคราฟท์เบียร์ กำลังมาแรงในหลายประเทศ ประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตื่นตัวกับกระแสนี้มากๆ
เพราะทุกวันนี้เราเริ่มจะเห็น คราฟท์เบียร์ญี่ปุ่น หน้าตาแปลกๆ

ตามร้านสะดวกซื้อในประเทศญี่ปุ่นได้มากขึ้น และดูมากกว่าหลายๆปีก่อน ซึ่งการที่มีเบียร์ดีๆในท้องตลาดเพิ่มมากขึ้นก็เห็นจะมีแต่ข้อดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ

เบียร์ในเครือ YoHo Brewing อย่าง Yona Yona Beer , Aooni และ Suiyoubi no Neko เป็นอีกหนึ่งตัวที่เป็นที่นิยมกันอย่างมาก เพราะด้วยความพิถีพิถันในการเลือกใช้ฮอพมาใช้ในการผลิตทำให้เบียร์ของ YoHo Brewing

มีกลิ่นและราชาติแตกต่างไปจากเบียร์ชื่อดังในท้องตลาดจนนักดื่มหลายๆคนเริ่มเทใจให้คราฟท์เบียร์เหล่านี้…

Read More »

ของดีเมืองหนาว Sapporo Nama Beer เบียร์ซัปโปโร

เบียร์ซัปโปโร

เบียร์ซัปโปโร ณ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นนั้น ที่เชื่อว่าเดิมทีเราอาจจะไม่ได้รู้จักอะไรมากเท่าไหร่นัก
รู้เพียงแค่ว่าเป็นเมืองหนาวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

แต่พอมีนักเตะระดับทีมชาติไทยไปค้าแข้งสังกัดทีมฟุตบอลของเค้า ก็เริ่มทำให้เรารู้จักเมืองนี้กันมากขึ้น นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหนาว ลานสกี ที่มีชื่อเสียง ซัปโปโร ก็มีของดีน่าลองด้วยเหมือนกัน

ก็คือ เบียร์ เบียร์ที่นี่จะมีทีเด็ดมาก เช่น เบียร์ ซัปโปโร คลาสสิค มาในกระป๋องทรงสูงพื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน มีดาวทองอยู่ตรงกลาง แล้วมีตัวอักษรคำว่า Sapporo อยู่ด้านบน Classic อยู่ด้านล่าง

เบียร์สูตรนี้ทำออกมาเพื่อเอาใจคนชอบกินอะไรแบบดั้งเดิมไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก รสชาติหนักแน่นติดขมปลายลิ้นนิดหนึ่ง รสชาติก็จะคล้ายๆกับเบียร์บ้านเรา ดื่มไปดื่มมาจะเหมือนมีคนมาทุบที่หัวจนหลับไปแบบไม่รู้ตัว…

Read More »

คราฟท์เบียร์ ยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่น รสชาติเยี่ยม

คราฟท์เบียร์

คราฟท์เบียร์ ที่กำลังโด่งดัง และฮิตมาถึงประเทศไทยด้วย เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก เบียร์ Hitachino เบียร์ขวดอ้วนๆ รูปนกฮูกจากญี่ปุ่น ที่แค่เห็นก็ขอยิ้มแล้ว จะได้ฟีลผู้หญิงมั่นใจแต่น่ารัก รสชาติไม่เข้ม เบา หอม อร่อยลิ้น ไม่เมาง่ายด้วย

โรงเบียร์ คิยูชิ (Kiuchi) ก่อตั้งขึ้นเป็นโรงกลั่นสาเกเมื่อปี 1823 โดยนาย คิยูชิ จิเฮอิ (Kiuchi Gihei) หัวหน้าคนงานจากหมู่บ้านโกโนสุ ในจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) และปี 1996 เบียร์ฮิตาชิโนะ เนสต์ก็ถูกต้มขึ้นเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ถือว่ามายาวนานมา 8 รุ่นแล้ว

常陸野 ฮิตาชิโนะ (Hitachino) เป็นชื่อจังหวัดหนึ่งในยุคญี่ปุ่นโบราณ ที่โรงเบียร์ได้ก่อตั้งขึ้น โกโนสุ 鴻巣 (Konosu) เป็นชื่อหมู่บ้านที่ต้นตำรับเบียร์ถูกต้ม และตัวที่สอง 巣 แปลความหมายเป็นเนสต์ ในภาษาญี่ปุ่น
นี่จริงเป็นที่มา ฮิตาชิโนะ เนสต์…

Read More »

Corona beer การดื่มด่ำที่ไม่เหมือนใคร

Corona beer

Corona beer เบียร์สัญชาติเม็กซิโก เมืองที่มีภูมิประเทศเหมือนกับบ้านเรา จึงนำเสนอน้ำเมาอยู่ 2 อย่างคือ
โคโรน่าเบียร์ และ เตกิล่า

เม็กซิโก เป็นภูมิประเทศที่คล้ายๆกับประเทศไทย มีพริก มีมะนาว เป็นเครื่องชูรส และสิ่งที่ ชาวเม็กซิกัน
นิยมและชอบมากๆ

ก็คือ การที่เขาสามารถเผยแพร่วิธีดื่มเครื่องดื่มหรือน้ำเมา ให้ออกมาแบบชาวเม็กซิกัน ให้กับคนทั่วโลกได้

และโดยเฉพาะ เบียร์โคโรน่า นั้น เขาว่ามันทำให้ดีกรีเข้มขึ้นเมื่อใส่ไลม์ในประเทศแถบหนาวดูมัน
คล้ายมะนาวลูกโตๆบ้านเรา แต่ส่วนประเทศเขตร้อนก็นิยมใช้มะนาวแทน

ลักษณะเบียร์เป็นสีทองสง่างาม สัมผัสกลิ่นหอมจากมอลท์และฮ็อป รสชาติที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างมอลท์และฮ็อปอย่างลงตัว นิยมดื่มร่วมกันกับมะนาว เป็นเบียร์ที่ดื่มง่าย สร้างความสดชื่นในวันที่อากาศร้อนๆได้เป็นอย่างดี…

Read More »

Jack & Coke คู่หูสุดคลาสสิก เป็นอะไรที่ลงตัวสุด

แจ็คแดเนียลโคล่า

Jack & Coke แจ็คแดเนียลโคล่า จุดกำเนิดของเครื่องดื่มแก้วนี้ ไม่มีการระบุเวลาไว้แน่ชัดเท่าไหร่นัก
แต่ว่าวัฒนธรรมการดื่ม Coke ผสมเหล้า เริ่มขึ้นในปี 1907 ที่สหรัฐฯ

ในชื่อของ Coca-Cola Highball (โคคาโคล่า ไฮบอลแค่เพียงมีเหล้าสีอำพัน

ไม่ว่าจะ Gold – Aged Rum, Anejo – Repersado Tequila, Cognac, Brandy หรือ Whisky
เพียงแค่เอามาผสมกับ Coke เป็นใช้ได้

แต่เหล้าตัวที่มีรสชาติที่เข้ากันได้ดีที่สุด จะเป็น Whiskey ที่ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ
ซึ่งในมุมมองของชาวอเมริกันอดีต

นับได้ว่าเป็นเหล้าที่คนในชนบทชอบดื่มกัน มองเห็นได้บ่อยมากในฝั่งของเมือง Kentucky แต่อยู่ก็ได้รับความนิยมชมชอบขึ้นมาในปี 1945 ทั้งนี้ Jack Daniel’s เองก็มีข้าวโพดเป็นส่วนผสมด้วย

เมื่อนำทั้ง อย่างรวมเข้าด้วยกัน ความหวานละมุนรวมทั้งกลิ่นหอมหวนของ Whiskey มาเจอกับรสชาติหวานเปรี้ยว แบบ Citrus และก็ความซ่า

และเมื่อบวกกับความเรียบง่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก ทำให้เป็นที่พอใจใครหลายๆคน จนกลายเป็นเมนู Classic ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ต้องมีคนดื่ม เรียกได้ว่า Jack อยู่โต๊ะไหน Coke จำเป็นต้องอยู่โต๊ะนั้น

ด้วยความนิยมอย่างมากนี้ ทำให้ Jack Daniel’s ถึงกับเข็น Jack Daniel’s Cola  แจ็คแดเนียลโคล่า

ออกออกสู่ตลาดในฐานะเครื่องดื่ม RTD (Ready to Drink) ที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลามาตวงส่วนผสม เพียงแค่เปิดแล้วยกดื่ม หรือรินใส่น้ำแข็งได้ในทันที

Read More »

Jack & Coke คู่หูสุดคลาสสิก เป็นอะไรที่ลงตัวสุด

แจ็คแดเนียลโคล่า

Jack & Coke แจ็คโค้ก จุดกำเนิดของเครื่องดื่มแก้วนี้ ไม่มีการระบุเวลาไว้แน่ชัดเท่าไหร่นัก
แต่ว่าวัฒนธรรมการดื่ม Coke ผสมเหล้า เริ่มขึ้นในปี 1907 ที่สหรัฐฯ

ในชื่อของ Coca-Cola Highball (โคคาโคล่า ไฮบอล) แจ็คโค้ก

แค่เพียงมีเหล้าสีอำพัน ไม่ว่าจะ Gold – Aged Rum, Anejo – Repersado Tequila, Cognac, Brandy หรือ Whisky
เพียงแค่เอามาผสมกับ Coke เป็นใช้ได้

แต่เหล้าตัวที่มีรสชาติที่เข้ากันได้ดีที่สุด จะเป็น Whiskey ที่ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ ซึ่งในมุมมองของชาวอเมริกันอดีต
นับได้ว่าเป็นเหล้าที่คนในชนบทชอบดื่มกัน มองเห็นได้บ่อยมาก

ในฝั่งของเมือง Kentucky แต่อยู่ก็ได้รับความนิยมชมชอบขึ้นมาในปี 1945 ทั้งนี้ Jack Daniel’s เอง
ก็มีข้าวโพดเป็นส่วนผสมด้วย

เมื่อนำทั้ง อย่างรวมเข้าด้วยกัน ความหวานละมุนรวมทั้งกลิ่นหอมหวนของ Whiskey มาเจอกับรสชาติหวานเปรี้ยว แบบ Citrus และก็ความซ่า 

ละเมื่อบวกกับความเรียบง่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก ทำให้เป็นที่พอใจใครหลายๆคน
จนกลายเป็นเมนู Classic 

ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ต้องมีคนดื่ม เรียกได้ว่า Jack อยู่โต๊ะไหน Coke จำเป็นต้องอยู่โต๊ะนั้น

ด้วยความนิยมอย่างมากนี้ ทำให้ Jack Daniel’s ถึงกับเข็น Jack Daniel’s Cola (แจ็คแดเนียล โคล่า)
ออกออกสู่ตลาดในฐานะเครื่องดื่ม RTD (Ready to Drink)

ที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลามาตวงส่วนผสม เพียงแค่เปิดแล้วยกดื่ม หรือรินใส่น้ำแข็งได้ในทันที

Read More »

HOEGAARDEN ฮูการ์เด้น

ฮูการ์เด้น

 

Hoegaarden Witbier Bottle ( ฮูการ์เด้น ) มีส่วนผสมของเปลือกส้มตากแห้ง (Curacao Orange Peel) เมล็ดผักชี ข้าวสาลี มอล์ท และน้ำแร่ธรรมชาติ รวมถึงมีกระบวนการหมักที่แตกต่างคือผ่านการบ่มหมักถึงสองครั้ง

โดยไม่ผ่านการกรองจนกระทั่งบรรจุลงถังหรือขวด HOEGAARDEN ฮูการ์เด้น  วิธีการรินการการเสริฟ์ที่แตกต่าง โดยเริ่มรินเบียร์ลงตรงมุมแก้วประมาณ 2 ใน 3 ของขวด หลังจากนั้นให้หยุดและหมุนขวดเพื่อให้เกิดการผสมผสานของส่วนผสมข้างต้นทำให้ได้รูปและรสที่เหมาะสม แล้วค่อยรินเบียร์ที่เหลือ…

Read More »

เปลี่ยนประสบการณ์ กับ New Moon journey

เครื่องดื่มFull Moon

เครื่องดื่มFull Moon เอาอกเอาใจวัยแนว ร่วมช่วยเหลือกิจกรรมการแสดงดนตรี CAT Radio
เปิดตัวสินค้าใหม่ Full Moon Super Clear

เครื่องดื่ม Full Moon New Moon Journey เปลี่ยนแปลงรับประสบการณ์ใหม่
เอาใจวัยแนว ในงาน CAT EXPO 6 สร้างความตื่นเต้นมากมายทั้ง Full Moon Stage

ที่ออกแบบในรูปพระจันทร์ส่องสว่าง พร้อมโชว์แสดงพิเศษจากศิลปินชื่อดัง
ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง

เทียนไขและวานิช,Taitosmith,Bomb at track,Safe planet,Alyn,My life as ali thomas

ที่สำคัญกับการเปิดตัว เครื่องดื่มFull Moon เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
โดยมี คุณพงกานต์ จันทร์กระจ่าง

Senior brand managar เครื่องดื่มฟูลมูนไวน์ ประเทศไทย 

 ร่วมเปิดตัว พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มชิมรส ก่อนวางขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าทั่วทั้งประเทศ
ซึ่งหลังจากจบงานเกิดกระแสใน Social Media

กล่าวถึงสินค้า Full Moon Super Clear ภายในงาน Cat expo กันอย่างต่อเนื่อง

ทาง Full Moon Super Clear นั้นตั้งใจจะสร้างบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ
ความทรงจำดีๆ

จะช่วยสร้างแรงบันดาลในการปลุกความคิดของเด็กรุ่นใหม่ให้ออกมาลองเปลี่ยนมุมองการใช้ชีวิต
กล้าแสดงออกถึงการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ…

Read More »

CHEERS ยกระดับสู่ความ “พรีเมี่ยม”

เบียร์เชียร์

หลังจากเปิดตัวในไทยมายาวนานนับ 10 ปี นี่คือ ครั้งแรกที่ เบียร์เชียร์ CHEERS หนึ่ง ในแบรนด์เบียร์ของกลุ่มบริษัท ทีเอพี ยกเครื่อง Rebrand ปรับภาพลักษณ์ครั้ง ใหญ่ เพราะอะไร และมีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง เรื่องน่ารู้ของการปรับ ตัวของเบียร์ CHEERS

 

เบียร์เชียร์

 

1.เบียร์เชียร์ CHEERS เป็นเบียร์ที่มีจุดกำเนิดในไทย ถือว่าเป็นอีกความภาคภูมิใจหนึ่งของ กลุ่มบริษัท ทีเอพี ที่นำเสนอสินค้าที่เป็นแบรนด์ไทย ใช้วัตถุดิบของไทย และขายในไทย ด้วยคุณภาพการผลิตระดับเดียวกับที่ผลิตเบียร์ระดับโลกอย่างไฮเนเก้น นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ก็ไม่เคยมีการปรับภาพลักษณ์มาก่อนเลย

2.เพราะว่าตลาดเบียร์เซกเมนต์ Main Stream เป็นกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุด มีมูลค่าสูงถึง 129,831.36 ล้านบาท จากตลาดรวมทั้งเซกเมนต์ 139,734 ล้านบาท ทั้งเป็นกลุ่มที่น่าจะมีการเติบโตสูงสุด จากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคซึ่งเคยดื่มเบียร์ระดับเซฟวิ่งขยับมาดื่มเบียร์เมนสตรีมมากขึ้น ขณะที่เบียร์ CHEERS ยังมีส่วนแบ่งในตลาดนี้น้อยมาก เพราะคู่แข่ง 2 แบรนด์หลัก มีความแข็งแรงทั้งในเรื่องการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ถึงยัง CHEERS ก็ยังเชื่อว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดเหลืออยู่ โดยการเจาะไลฟ์สไตล์ของลุกค้า หรือ ผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่ แต่ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ช่วยตอบสนอง

3.การปรับภาพลักษณ์ของเบียร์ CHEERS ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ “Cheers to the World” เชียร์ไทยไประดับโลก มีแผนใช้ Sport Marketing เข้ามาทำกิจกรรมกับผู้บริโภค แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยว่าจะออกมาในรูปแบบใด

4.ในการปรับภาพลักษณ์นี้สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคจะเห็นได้ชัดที่สุดคือ Packaging ซึ่งสะท้อนความเป็นเบียร์คุณภาพพรีเมี่ยม โฉมใหม่ มีไดนามิค และเป็นที่น่าสนใจ ผ่านกระป๋องทรงสูง ดีไซน์เก๋ ดูแปลกตา

5.สิ่งที่ถือว่าเป็นไม้เด็ดและสร้างความแตกต่างให้กับเบียร์ CHEERS กับเบียร์แบรนด์อื่นในเซกเมนต์เดียวกันก็คือ “รสชาติ” ซึ่งมีให้เลือก 2 รสชาติหลัก กระป๋องสีฟ้า Regular ราคา 45 บาท มีแอลกอฮอล์ 5% กับ CHEERS กระป๋องสีแดง X-tra ราคา 47 บาท แอลกอฮอล์ 6% และพิเศษสุด Limited Edition ที่จะวางจำหน่ายภายในระยะเวลาจำกัดเพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด

6. Limited Edition จะถูกเรียกว่า CHEERS Selection และรสชาติแรกของ CHEERS คือ รส Riceberry กลิ่นหอม นุ่มกว่าปกติ ผสมระหว่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ของไทย กับมอลต์จากต่างประเทศภายใต้แพ็กเก็จจิ้งสีดำเข้ม ดูพรี่เมี่ยมและเท่กว่ารสชาติอื่น จำหน่ายในราคา 49 บาท โดยจะวางจำหน่ายแบบ Exclusive ที่ 7-11 แต่อย่างที่บอกว่าลิมิเต็ดเอดิชั่น ดังนั้นจะขายเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น ถ้าอยากลองหรือซื้อเก็บสะสมก็อย่าชะล่าใจ

7.อาศัยการผนึกกำลังกับแบรนด์ที่ใหญ่กว่าในเครืออย่าง “ไฮเนเก้น” ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิต ความรู้ความสามารถของบุคลาการ และการเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงสุดจากทั่วโลกตามมาตรฐานเดียวกับไฮเนเก้น นอกจากนี้ยังผลิตที่โรงงานเดียวกัน จึงได้ตามมาตรฐานการผลิตระดับโลกเช่นเดียวกัน รวมทั้งการขนส่งและจัดจำหน่าย ก็น่าจะทำเบียร์ CHEERS ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น

8.ถ้าหากวิเคราะห์ภาพรวมการแข่งขันแล้วการขยับตัวของเบียร์ CHEER ซึ่งถือเป็นน้องเล็กของ TAP นอกจากจะพยายามสร้างยอดขายของตัวเองแล้ว ยังเป็นตัวเตะตัดขาคู่แข่งอีกด้วย ในเมื่อปีที่แล้วมีข่าวเรื่องของการที่เบียร์แบรนด์หนึ่งปรับแพ็กเก็จจิ้งมาเป็นขวดสีเขียว คล้ายคลึงกับ Heineken เจ้าตลาดเบียร์พรีเมี่ยม การจะปล่อยให้คู่แข่งเจาะตลาดตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวก็ดูจะง่ายไปนิด CHEERS เลยต้องเป็นไพ่เด็ดทำให้เบียร์ใหญ่อีก 2 แบรนด์ห่วงหน้าพะวงหลังในเซกเมนต์เมนสตรีมบ้างไม่มากก็น้อย…

Read More »

root beer รูตเบียร์ เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม

root beer

รูตเบียร์ อังกฤษ root beer เป็นเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ที่มีส่วนผสมหลักเป็นรากหรือเปลือกต้นไม้จากพืชในสกุล Sassafras เทพทาโร และ Smilax ornata เถาวัลย์ยั้ง มีสองประเภทคือแบบผสมแอลกอฮอล์และแบบน้ำอัดลม

ประวัติของรูตเบียร์ไม่ทราบแน่ชัด แต่แบ่งได้เป็นสองทฤษฎี โดยทฤษฎีแรก
รูตเบียร์ปรากฏในผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์หลายครั้ง ในชื่อสมอลเบียร์แต่รสอ่อนและบางกว่า และมีแอลกอฮอล์น้อยกว่า ทำจากสมุนไพรและผลเบอร์รี บางคนก็เรียกว่า เบิร์ชเบียร์ Birch Beer, ซาร์สพาริลลาเบียร์ Sarsparilla Beer หรือจินเจอร์เบียร์ Ginger Beer และเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวไร่ชาวนาในคริสต์ศตวรรษที่ 18

ส่วนทฤษฎีที่สอง รูตเบียร์เกิดจากการทดลองของ ชาลส์ เอลเมอร์ ไฮส์ เภสัชกรจากฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ที่กำลังคิดค้นสูตรในการผลิตยาสมุนไพร โดยนำรากไม้มาผสมกับสมุนไพรหลายชนิดแล้วหมักไว้ แต่รูตเบียร์ที่ได้ในครั้งแรกมีรสค่อนข้างขม ไฮส์จึงปรับสูตรเรื่อยมาจนเป็นที่พอใจ และนำออกจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1893 ในชื่อ “รูตทรี” แต่ไม่เป็นที่นิยม เขาจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “รูตเบียร์” และเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา

วิธีการทำแบบดั้งเดิม
มีสูตรดั้งเดิมสูตรหนึ่งที่ใช้ในการทำรูตเบียร์ โดยทำมาจากน้ำเชื่อมจากกากน้ำตาลและน้ำ โดยจะปล่อยให้น้ำเชื่อมเย็นเป็นเวลาสามชั่วโมง และนำไปผสมกับรากไม้ รวมไปถึง Sassafras Root หรือรากของเทพทาโร, Sassafras Bark หรือเปลือกไม้ของเทพทาโรและระกำ แล้วเพิ่มยีสต์ และทิ้งเครื่องดื่มไว้ให้หมักเป็นเวลา 12 ชั่วโมง…

Read More »