ประวัติอันยาวนานนับร้อยปี ของค็อกเทล “Aviation”

Aviation

เรื่องราว ประวัติ ของค็อกเทล ” Aviation ” ความสนใจในวัฒนธรรมของสมาคมและเครื่องดื่มที่มีความสนใจในงานปาร์ตี้ บาร์เทนเดอร์มือโปร แสดงตัวในพื้นที่กว้างขวางของประเทศที่สามารถทำค็อกเทลหนึ่งในร้อยนับร้อยโดยไม่ต้องแอบมองที่พนักงานต้อนรับ

ปรากฏรวมทั้งสุนทรียภาพในเครื่องดื่มตระหนักถึงสิ่งที่พวกเขาน่าจะรวมถึงทั้งลิ้มรสกำหนดความถูกต้องชัดเจนของการปฏิบัติตามสูตร “ การบิน” ไม่ได้ผ่านความสนใจของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองชนิด – ค็อกเทลที่มีลักษณะงานเลี้ยงสังสรรค์รสชาติอ่อนช้อยและกลิ่นหอมประณีต แฟนคลับของเครื่องดื่มเหล่านี้อาจลองและเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่คล้ายกัน

ส่วนประกอบห้าปีที่ผ่านมาฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของมัน เขาถูกเสิร์ฟครั้งแรกโดยลูกค้าของ Hugo Enslin ในปี 1911 เขาอธิบายการเตรียมพร้อมและระบุอัตราส่วนของส่วนผสมห้าปีถัดมาในคอลเลกชันของสูตรค็อกเทล

อย่างไรก็ตามในปี 1930 Aviation Cocktail ได้ทำการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเหล้าสีม่วงอยู่ในรายการสินค้าที่หายากจึงถูกลบออกจากรายการส่วนประกอบในสูตรใหม่โดย Harry Craddock ในเวลาเดียวกันเครื่องดื่มได้สูญเสียเสน่ห์ส่วนใหญ่ของมัน

ในปีที่สี่สิบ, Patrick Duffy อีกบาร์เทนเดอร์กลับไปทำเหล้าเพื่อประกอบ แต่นี้ไม่ได้แก้ไขสถานการณ์ จนถึงปี 2007 เมื่อการเปิดตัวเริ่มขึ้นอีกครั้ง ค็อกเทล “Aviation” นี้ก็ไม่จริงที่จะลอง

โดยวิธีการในรูปแบบดั้งเดิมนั้นจะรวมอยู่ในรายการเครื่องดื่มของ International Bartenders Association (IBA)

เมื่อพูดถึง Aviation สูตรสามารถนำเสนอในสองรูปแบบ ทันสมัยและถูกต้อง เหล้าไวโอเล็ตที่มีชื่อโรแมนติก Crème de Violette ยังคงหาซื้อได้ยากแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปราคาค่อนข้างสูง

 …

Read More »

Gin & Tonic cocktail ฮิตติดอันดับโลก

Gin Tonic

จินแอนด์โทนิก Gin Tonic เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของ เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ F.Scott Fitzgerald เลยก็ว่าได้ เขานักเขียนชื่อดังเคยถูกใช้เป็นยารักษาไข้มาก่อน และไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักอย่างจินเท่านั้น แต่มิกเซอร์ที่เข้าคู่กันอย่างโทนิก ครั้งหนึ่งก็เคยรับใช้ทหารในช่วงสงครามแก่งแย่งแผ่นดินมาแล้ว

เครื่องดื่มผสมสมุนไพรเปลี่ยนโลก Gin Tonic

“จินแอนด์โทนิกช่วยชีวิตและรักษาสภาพจิตใจของคนอังกฤษได้มากกว่าหมอทั่วราชอาณาจักรเสียอีก” กล่าวโดย เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ Sir Winston Churchill ซึ่งถ้าไล่อ่านที่มาของเหล้าชนิดนี้ก็ไม่แปลกใจ
เพราะจินหรือเจนีเวอร์ Genever เดิมทีเป็นยาสมุนไพรที่หมอฟรานซิสคัส ซิลเวียส Franciscus Sylvius คิดค้นขึ้นเพื่อรักษาโรคไต โรคกระเพาะอาหาร เกาต์ และนิ่วในถุงน้ำดี โดยมีส่วนผสมหลักได้แก่แอลกอฮอล์และจูนิเปอร์เบอร์รีส์ Juniper Berries ก่อนที่มันจะถูกแจกจ่ายออกไป ให้แก่เหล่าทหารฮอลแลนด์ดื่มยามออกรบ

แต่เหล้าจินมาโด่งดังเป็นพลุแตกและกลายมาเป็นเหล้าสุดคลาสสิกเอาก็ตอนทหารอังกฤษขนจินกลับประเทศ ด้วยราคาที่ไม่แพง รสชาติดี และหาซื้อง่ายเมื่อเทียบกับเหล้าชนิดอื่นๆ ทำให้คนอังกฤษเห่อจินถึงขั้นเกิด
‘วิกฤตเมาจินทั่วกรุง’ ร้อนถึงนักปกครองสมัยนั้นที่ต้องออกมาควบคุมการผลิตและการขายให้เข้าที่เข้าทาง

หลังจากนั้นอังกฤษจึงตั้งโรงกลั่นจินของตัวเองจนเป็นที่มาของคำว่า London Dry Gin นับแต่นั้นมาสถานะของจินก็เปลี่ยนจากยาดีรักษาโรค กลายมาเป็นเหล้ากลั่นที่ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูง

สุดท้ายแล้ว จินก็ไม่ต่างจากแอลกอฮอล์ตัวอื่นๆ ที่รอการค้นพบส่วนผสมที่เกิดมาคู่กัน และพวกเขาก็หากันเจอจนได้ เพราะน้ำเมาไร้สี ไร้กลิ่น ไม่มีรสชาติโดดเด่น เข้ากันได้ดีกับรสขมติดหวานของน้ำที่มีส่วนผสมของเปลือกไม้และน้ำตาลในชื่อ โทนิก

จากที่เป็น ยา กลายมาเป็น มิกเซอร์

เมื่อส่วนผสมที่อยู่ในโทนิกอย่างควินิน Quinine เป็นสารที่สกัดจากเปลือกไม้ของต้นซิงโคนา Cinchona ที่นำมาบดละเอียดก่อนผสมน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย สูตรยาที่ว่านี้สามารถรักษาชีวิตของเชื้อพระวงศ์ในยุโรปได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ หรือบุตรของหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส
แต่ข้อเสียของควินินคือมีรสขมร้ายกาจ จวบจนต้นทศวรรษที่ 19 ชาวอังกฤษที่ทำงานในบริษัทอีสต์อินเดียซึ่งประจำอยู่ที่อินเดีย มีความจำเป็นต้องดื่มควินินเป็นประจำทุกวัน จึงเกิดไอเดียนำผงควินินมาผสมน้ำเปล่า น้ำตาล และมะนาว จากรสชาติขมขื่นคอจึงดื่มง่ายขึ้นมาทันที

และก็เป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษอย่างอีรามัส บอนด์ Erasmus Bond นี่เองที่หัวใสผลิตโทนิกบรรจุขวดออกวางจำหน่ายปี 1858 ในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่กลับกลายเป็นว่าโทนิกไปได้ดีกว่าในฐานะมิกเซอร์ที่ผสมกับเครื่องดื่มได้อย่างสุดแสนเพอร์เฟกต์ โดยเฉพาะกับเหล้าจิน บวกกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เราสามารถสังเคราะห์ควินินได้แล้ว การดื่มโทนิกเพื่อรักษาโรคจึงค่อยๆ เหือดหายไปตามกาลเวลา
ปัจจุบันหากใครถามถึงสรรพคุณของโทนิกคงไม่มีใครกล่าวถึงมันในฐานะยารักษาโรค เพราะคุณต้องดื่มโทนิกที่ผสมควินินธรรมชาติ (โทนิกหลายยี่ห้อไม่พบว่ามีควินินผสมอยู่) มากถึงสองลิตรต่อวัน หรือดื่ม G&T วันละสิบแก้ว ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะหมดก่อนกันระหว่างอาการป่วยไข้กับเงินในกระเป๋า…

Read More »

เหล้าขาวไทย ดีกรีไกลระดับโลก

เหล้าขาวไทย

เลือกใช้ชื่อ Moon Seeker เหล้าขาวไทย ที่อยากสื่อถึงจุดมุ่งหมายของแบรนด์ที่ตั้งใจจะเป็นเหมือน แสงจันทร์ส่องสว่างที่ปลายทางเดินอันมืดสนิท และต้องการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ช่วยสร้างรายได้แล้วก็ผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับเกษตรกรที่ลงทุนรวมทั้งลงแรง

อย่างหนักกับผลผลิตของพวกเขา แต่บ่อยครั้งกลับไม่ได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมหรือคุ้มค่าจากผลผลิตที่ตั้งใจเพาะปลูกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุอย่างภัยที่เกิดจากธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ หรือสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจ

ชาวไร่ชาวนาและเกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงมีรายได้เพียงแค่น้อยนิดแม้ผลผลิตของพวกเขาจะมีคุณภาพมากเท่าไรก็ตาม ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่มาจากผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูง

มีศักยภาพที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรได้เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาได้มากนักและยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตรทำให้มีราคาที่สูงขึ้น รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Moon Seeker จึงเป็นผลผลิตที่เต็มไปด้วยปูมหลังทางประเพณีและวัฒนธรรม และศักยภาพอันเต็มเปี่ยมของทรัพยากรธรรมชาติไทย

SEA Organic มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพันธุ์ข้าวออร์แกนิกไทย และโครงการในการส่งเสริมการเกษตรและภูมิปัญญาไทยอีกมากมาย

นอกจากนั้น SEA Organic ยังทำงานร่วมกับเกษตรกรที่ปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ โดยรับซื้อผลิตผลของของเกษตรกรเพื่อผลิตเครื่องดื่มที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางพืชพันธุ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิเนื่องจากประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงอันดับหนึ่งของโลก

และยังเป็นประเทศที่มีประเพณีวัฒนธรรมผูกพันกับข้าวมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดของ Moon Seeker เป็นฝีมือของชาวบ้านที่สืบทอดธรรมเนียมการทำเครื่องดื่มพื้นเมืองกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หมักและกลั่นออกมาเป็นเครื่องดื่มสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีนั่นคือ เหล้าขาว…

Read More »

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุรา ได้ให้ความหมายของสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

No Picture

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุรา  ผู้ที่นิยมดื่มก็มักอ้างฤทธิ์อันเป็นคุณของเหล้าหรือแอลกอฮอล์มาบดบังฤทธิ์ที่ก่อให้เกิดโทษซึ่งมีมากกว่าหลายเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของนักดื่มสุรา

ในพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 ได้กำหนดความหมายของสุราไว้ว่า “สุรา หมายความรวมถึงวัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุราหรือซึ่งดื่มกินไม่ได้ แต่เมื่อผสมกับน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นแล้วสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา”

กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ความหมายของสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverages) ไว้ว่า “สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverages) หมายความรวมถึงเครื่องดื่มใดๆ ในรูปของของเหลวที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) เป็นองค์ประกอบไม่น้อยกว่า 0.5 เปอร์เซนต์โดยปริมาตร และสามารถบริโภคได้”

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสุรากลั่น มอก. 2088–2544 ได้ให้คำนิยามของสุราไว้ว่า “สุรา หมายถึง เครื่องดื่มที่มีแรงแอลกอฮอล์เกิน 0.5 ดีกรี แต่ไม่เกิน 80 ดีกรี

“สุราแช่และผลิตภัณฑ์” หมายความว่า สุราแช่ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมือง สุราแช่อื่นนอกจากเบียร์

“สุรากลั่นชุมชน” หมายถึง สุรากลั่นชนิดสุราขาว ทำจากวัตถุดิบจำพวกข้าว หรือแป้ง หรือผลไม้ หรือน้ำผลไม้ หรือผลิตทางการเกษตรอื่นๆ มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 15 ดีกรี แต่ไม่เกิน 40 ดีกรี

สุรากลั่นชุมชนและสุราแช่ชุมชน นอกจากมีความหมาย ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีเงื่อนไขว่าต้องทำการผลิตสุราดังกล่าวในสถานที่ทำสุราซึ่งใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีที่ใช้ทั้งเครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน

ที่มา : มัทนา พฤกษะริตานนท์ นักวิทยาศาสตร์ 8 กลุ่มงานวิเคราะห์สินค้าและของกลาง ” ทิศทางการพัฒนาคุณภาพสุราชุมชน

สุรา (อังกฤษ: liquor หรือ spirit) หมายถึง น้ำเมาที่ได้จากการกลั่นสารบางประเภท อาทิ เอทิลแอลกอฮอล์ และเมรัย คือ นํ้าเมาที่เกิดจากการหมักหรือแช่ให้เกิดสารบางประเภท เมื่อดื่มแล้วสารนั้นจะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง หากดื่มไม่มากอาจรู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากสารกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่เมื่อดื่มมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่น ๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติในที่สุด ทั้งสุราและเมรัยเรียกโดยภาษาปากว่า “เหล้า”

ประเทศต่าง ๆ ได้วางกฎเกณฑ์สำหรับการผลิต การขาย และการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น กฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ที่สามารถบริโภคได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีสำหรับประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์, ไม่ต่ำกว่า 18 ปีในประเทศไทย หรือไม่ต่ำกว่า 21 ปีในสหรัฐอเมริกา

การบริโภคทั้งสุราและเมรัยเป็นข้อห้ามในข้อสุราเมรยมัชปมาทัฏฐานหรือข้อที่ 5 แห่งเบญจศีลของพุทธศาสนา ซึ่งว่า “สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ” แปลได้ว่า

“เราจักถือศีลโดยเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท”

การผลิต

การทำเมรัยอาศัยยีสต์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กชนิดหนึ่งเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ เมรัยผลิตได้จากวัตถุดิบทุกอย่างที่มีน้ำตาล แต่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เมรัยทำจากน้ำตาลโตนดเรียกว่าน้ำตาลเมาหรือตวาก จากน้ำตาลขององุ่นเรียกว่าไวน์ เป็นต้น มนุษย์ยังรู้จักใช้เชื้อรา (บางชนิด) เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้ ทุกอย่างที่เป็นแป้ง เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ สามารถใช้ผลิตเมรัยได้ สาโท น้ำขาว อุและ กระแช่ ผลิตจากแป้ง หากต้องการให้มีฤทธิ์แรงขึ้นก็นำเอาไปกลั่นเป็นสุรา หลังจากนั้นสามารถนำไปดื่มหรือนำไปหมักหรือบ่มต่อไป…

Read More »

แจ๊ค แดเนียลส์ Jack Daniel’s

แจ๊ค แดเนียลส์ Jack Daniel’s

แจ๊ค แดเนียลส์ Jack Daniel’s เทนเนสซี่ วิสกี้ คือ วิสกี้เพียง1เดียวของสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความนิยมจากนักดื่มทั่วโลก

และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาเป็นเวลากว่า 163 ปี ซึ่งในแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิต เพื่อค้นหาคำตอบของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ แจ๊ค แดเนียลส์

บราวน์ – ฟอร์แมน ไทยแลนด์ แอล.แอล.ซี. ผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย แจ๊ค แดเนียลส์ เทนเนสซี่ วิสกี้ในประเทศไทย จัดกิจกรรมพิเศษนำคณะผู้จัดจำหน่าย
และสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ กว่า 20 ชีวิต ร่วมบินลัดฟ้าไปไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ต้นกำเนิดอเมริกันวิสกี้ พันธุ์แท้อย่าง “แจ๊ค แดเนียลส์” โดยทริปนี้ มี คุณนฤมล บุญเปลื้อง

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดส่วนพัฒนาแบรนด์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคุณภาวิน พงศ์พันธุ์ภักดี ผู้จัดการตลาด ประจำประเทศไทย นำทัวร์ตลอด 10 วัน ตั้งแต่ วอชิงตัน ดี.ซี. เคนตั๊กกี้ เทนเนสซี่ นิวออร์ลีนส์ ไปจนถึงนิวยอร์ค

ในทริปนี้ ยังได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม กระบวนการผลิต แจ๊ค แดเนียลส์ เทนเนสซี่ วิสกี้ (Jack Daniel’s Tennessee Whiskey) ณ โรงกลั่นซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลินช์เบิร์ก รัฐเทนเนสซี่ (Lynchburg, Tennessee) และ เยี่ยมชมโรงกลั่น วู้ดฟอร์ด รีเซิร์ฟ (Woodford Reserve) สเตรท เบอร์เบิร์น วิสกี้ ณ เมืองแวร์ซาย รัฐเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา (Versailles, Kentucky) อีกด้วย

คุณนฤมล บุญเปลื้อง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดส่วนพัฒนาแบรนด์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่าให้ฟังระหว่างการเยี่ยมชมโรงกลั่นแจ๊ค แดเนียลส์ ว่า โรงกลั่นแจ๊ค แดเนียลส์ ก่อตั้งโดย “มิสเตอร์แจ๊ค” หรือ Mr. Jasper Newton Daniel

ณ เมืองลินช์เบิร์ก รัฐเทนเนสซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับใบอนุญาตในปี ค.ศ.1866 ซึ่งถือเป็นโรงกลั่นขึ้นทะเบียนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสถานที่แห่งจุดเริ่มต้นของตำนาน โรงกลั่นนี้ คือ สถานที่ที่มิสเตอร์แจ๊ค สร้างสรรค์สูตร Old No. 7 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และยังเป็นสถานที่ที่ใช้กลั่น “แจ๊ค แดเนียลส์” ทุกหยดในปัจจุบัน

คุณภาวิน พงศ์พันธุ์ภักดี ผู้จัดการตลาดประจำประเทศไทย อธิบายถึงกระบวนการผลิตว่า ทุกวันนี้ แจ๊ค แดเนียลส์ เทนเนสซี่ วิสกี้ ยังใช้ขั้นตอนการผลิตในรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ทำให้ แจ๊ค แดเนียลส์ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และแตกต่างจาก วิสกี้ แบรนด์อื่นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ บวกกับกรรมวิธีที่ทำให้วิสกี้มีรสนุ่ม ซึ่งกระบวนการต่างๆ เหล่านี้สามารถแบ่งออกได้เป็นกระบวนการสำคัญ 4 ประการ คือ

1. เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ โดยใช้แหล่งน้ำบริสุทธิ์จากลำธารใต้ดินในเมืองลินช์เบิร์ก รัฐเทนเนสซี ซึ่งมีอุณหภูมิคงที่ 13 องศาเซลเซียส และปราศจากธาตุเหล็ก เพราะธาตุเหล็กจะส่งผลเสียต่อรสชาติของวิสกี้ จากนั้นจะนำมาคลุกเคล้าด้วยส่วนผสมของธัญพืชจากธรรมชาติ เช่น ข้าวโพด ข้าวไรน์ ข้าวบาร์เลย์ เติมยีสต์ นำไปหมักรวมกัน 5 วัน แล้วนำไปผ่านกระบวนการกลั่นถึง 2 ครั้ง

2. กระบวนการ Charcoal Mellowing ภายหลังจากผ่านกระบวนการกลั่นมา 2 ครั้ง จนได้ที่แล้ว จะเข้าสู่กรรมวิธีที่เรียกว่า Charcoal Mellowing ซึ่งเป็นกระบวนการที่ถือว่ามีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในการผลิต โดยการนำเอา “ไม้ชูก้าร์ เมเปิ้ล” มาเผาจนได้ถ่านไม้ที่มีความหอม แล้วนำมาบรรจุลงในถังที่มีความสูง 10 ฟุต จากนั้นนำวิสกี้มากรองผ่านถ่านไม้อย่างช้าๆ ทีละหยด

เพื่อให้ได้วิสกี้รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนไม่เหมือนใคร และจากกระบวนการผลิตนี้เองที่ทำให้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดให้ แจ๊ค แดเนียลส์ เป็น เทนเนสซี่ วิสกี้ ไม่ใช่เบอร์เบิร์น (Bourbon)

3. การบ่มด้วยถังไม้โอ๊คใหม่ เมื่อวิสกี้ผ่านกระบวนการ Charcoal Mellowing แล้ว จึงบรรจุลงใน “ถังไม้โอ๊คขาว” (American White Oak) ซึ่งเป็นถังบ่มที่เราผลิตขึ้นเอง โดยนำแผ่นไม้โอ๊คมาประกอบกันทีละแผ่นจนเป็นถังบ่ม และลนภายในถังไม้ด้วยเปลวไฟ เพื่อให้น้ำตาลตามธรรมชาติในไม้เปลี่ยนเป็นคาราเมล ซึ่งเมื่อวิสกี้ไหลผ่านเข้า-ออกเนื้อไม้ ตามการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโดยรอบ

จะทำให้ได้กลิ่นหอมเหมือนรมควัน และวิสกี้ที่ได้มีสีเหลืองเข้มดุจอำพัน จากนั้นจะนำเข้าสู่โรงบ่ม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาการบ่มขั้นต่ำ 4 ปี โดยกระบวนการผลิตทั้งหมดนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “โรงกลั่น แจ๊ค แดเนียลส์” เท่านั้น สำหรับถังไม้โอ๊คนี้เราจะใช้บ่มเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จากนั้นจะส่งไปขายต่อให้กับบริษัทผลิตวิสกี้ยี่ห้อต่าง ๆ ในประเทศสก็อตแลนด์ และประเทศอื่นๆ

4. การยึดมั่นในปรัชญาการผลิตวิสกี้ของมิสเตอร์แจ๊ค พนักงานทุกคนจะยึดมั่นในปรัชญาการผลิตวิสกี้ของมิสเตอร์แจ๊ค ที่จะผลิตวิสกี้ที่มีรสชาติดีที่สุดในโลก ผู้บริหารและพนักงานทุกคนตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ต่างให้ความสำคัญกับการผลิตวิสกี้ที่มีรสชาติมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ตั้งแต่มีกำลังการผลิตเพียงไม่กี่ถัง

จนถึงวันนี้ได้ครองตำแหน่งวิสกี้ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งทั่วโลก ทุกวันนี้พนักงานทุกคนยังคงยึดมั่นกับปรัชญาการผลิตของมิสเตอร์แจ๊ค ที่ว่า “ทุกๆ วันที่เราผลิตวิสกี้ เราต้องทำมันให้ดีที่สุด”

ปัจจุบันวิสกี้ในตระกูลแจ๊คแดเนียลส์ ที่ผลิต ณ โรงกลั่นแห่งนี้ มีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ แจ๊คแดเนียลส์ เทนเนสซี วิสกี้ (Jack Daniel’s Old No. 7 Tennessee Whiskey) เจนเทิลแมน แจ๊ค (Gentleman Jack Rare Tennessee Whiskey)

แจ๊คแดเนียลส์ ซิงเกิล บาร์เรล (Jack Daniel’s Single Barrel Tennessee Whiskey) และ แจ๊คแดเนียลส์ เทนเนสซี ฮันนี่ (Jack Daniel’s Tennessee Honey)

 

แหล่งที่มา   ipnovit.blogspot

Read More »

เฟเดอร์บรอย Federbräu

เฟเดอร์บรอย Federbräu

เฟเดอร์บรอย Federbräu ครั้งแรกในประเทศไทย คือ เบียร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการผลิตเบียร์สไตล์เยอรมัน มุ่งเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้ได้เบียร์ที่มีคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยม อันเป็นหัวใจสำคัญของเบียร์เยอรมัน

วัตถุดิบสำคัญที่เลือกใช้ คือ เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์ (German Single Malt) มอลต์จากแหล่งผลิตเพียงแหล่งเดียว ไม่มีการผสมมอลต์จากแหล่งอื่น

ซึ่งเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่เลือกใช้ซิงเกิ้ล มอลต์ นอกจากนี้ยังเลือกใช้ ฮ็อพ (Hop) สายพันธุ์ที่ดีที่สุดจากเนินฮาล์เลอเทา (Hallertau) แคว้นบาวาเรีย ซึ่งวัตถุดิบทั้งสองถูกนำเข้าจากประเทศเยอรมนี

จากจุดเริ่มต้นด้วยแนวคิด Simply German คือ ความทันสมัยอันอันโดดเด่น สวยงามแต่เรียบง่าย ทรงคุณค่า ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ภายใต้นิยาม Passion für Perfektion (Passion for Perfection) คือ การนำ Passion ทุ่มเททำสิ่งที่ตนรักและเชื่อมั่น สร้างสรรค์ผลงานที่โดนเด่นอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด

จนออกมาเป็น Perfekt Smoothness คือ การส่งต่อคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำความกลมกล่อม นุ่ม ดื่มง่าย และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของเบียร์สไตล์เยอรมันอย่างแท้จริง

ด้วยความสมบูรณ์แบบของ เฟเดอร์บรอย (Federbräu) ทั้งด้านความพิถีพิถันในการคัดสรรและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ช่วงเวลาของประสบการณ์การดื่มด่ำเบียร์ ยังเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ ต้องมีความเย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส แล้วเทลงในแก้วปากกว้างเพื่อให้การยกขึ้นดื่มจะได้รับกลิ่นฮ็อพและมอลต์เฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

โดยเทให้แก้วเอียงที่มุม 45 องศาแล้วค่อยๆ ตั้งแก้วในแนวตรงเพื่อให้เกิดฟองเบียร์เนียนนุ่ม แล้วดื่มด่ำกับรสชาติของ เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์ (German Single Malt) ที่ผสมผสานกับฮ็อพสายพันธุ์พิเศษที่ให้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
ด้านภาพลักษณ์ของ ยังสะท้อนความมีระดับและทันสมัย ผ่านตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาอย่างตั้งใจ ด้วยแรงบันดาลใจ

จากศิลปะและปรัชญาสไตล์ เบาเฮาส์ (Bauhaus) สถาบันสอนศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศเยอรมนี
ถ่ายทอดลงบนรูปแบบขวดขนาด 320 และ 620 ml และ กระป๋องขนาด 320 และ 490 ml. นอกจากนี้ ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ การันตีมาด้วยสี่รางวัลจากเวทีระดับโลก

 

แหล่งที่มา    foodbuzzle

Read More »

เบียร์ไทเกอร์ Tiger beer

เบียร์ไทเกอร์

เบียร์ไทเกอร์ Tiger beer เป็นเบียร์ของสิงคโปร์ ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัท เอเชียแปซิฟิกบริวเวอรีส์

 

เบียร์ไทเกอร์ Tiger beer  : โดยบริษัทก่อตั้งในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931)
โดยผู้ผลิตเบียร์ชื่อดังของเนเธอร์แลนด์คือไฮเนเก้น ร่วมกับบริษัท Fraser & Neave ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ Malayan Breweries Limited
(ขณะนี้คือบริษัท Asia Pacific Breweries (APB) ผู้ผลิตและทำตลาดเบียร์ไทเกอร์) ซึ่งปัจจุบันบริษัทนี้มีการขายเบียร์ใน 9 ประเทศในเขตเอเชียแปซิฟิก และอยู่ในตลาดหุ้นของสิงคโปร์ และในปี 2004 APB ได้เริ่มผลิตเบียร์ไทเกอร์ในไทย

ในอดีตเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันฟุตบอลไทเกอร์คัพ ไทเกอร์เบียร์ใช้กลยุทธ์ในการโฆษณาโดยนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นผู้สนับสนุนงานศิลปะและดนตรี ด้วยการจัดกิจกรรม Tiger Translate มาอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดต่างประเทศและในประเทศ

เบียร์ไทเกอร์ คือเบียร์เอเชียที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกสูงสุด
เบียร์ ไทเกอร์ คือเบียร์เอเชียที่คว้ารางวัลระดับนานาชาติด้านรสชาติที่ยอดเยี่ยมสูงที่สุดกว่า 30 รางวัล

– เบียร์ ไทเกอร์ ได้รับการโหวตให้เป็น ‘เบียร์ลาเกอร์ที่ดีที่สุดในโลก’ ในการประกาศ-รางวัลยอดเยี่ยมของอุตสาหกรรมเบียร์ (หรือ BIIA) ณ ประเทศอังกฤษ ในปี 2541 (ค.ศ. 1998) (รางวัล BIIA เปรียบได้กับ “รางวัลออสการ์” ของอุตสาหกรรมเบียร์)

– เบียร์ ไทเกอร์ คว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ในประเภท “เบียร์พิลสเนอร์สไตล์ยุโรป” จากการประกวด ‘World Beer Cup’ เมื่อเดือนเมษายน 2547 (‘World Beer Cup’ เปรียบได้กับ “รางวัลโอลิมปิค” สำหรับอุตสาหกรรมเบียร์)
คุณภาพ คือ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะส่งเสริมให้เบียร์ไทเกอร์บรรลุยังจุดหมายในการพิชิตใจแฟนเบียร์ชาวไทย วัตถุดิบธรรมชาติในการ

  • ผลิตได้รับการคัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุดของโลก ได้แก่
  •  ฮอปส์ (hops) จาก เยอรมนี
  • ยีสต์ (yeast) จาก เนเธอร์แลนด์
  • บาร์เล่ย์ (barley) จาก ออสเตรเลีย

รสชาติ
โดดเด่นด้วยรสชาติที่เฉียบคม เนื้อเบียร์แน่น และกลมกล่อม ซึ่งมาจากคุณภาพทางการผลิต และวัตถุดิบทางธรรมชาติที่คัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุดของโลก ปราศจากการเจือแต่งสาร-สังเคราะห์
การตลาด
คอนเซ็ปต์การตลาด: “It’s What’s Inside That Counts”
การวางตำแหน่งตลาด:
“เบียร์ไทเกอร์ คือ เบียร์สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการโอ้อวด แต่คือผู้ที่ต้องการดื่มเบียร์ที่มีรสชาติเยี่ยม เพื่อความรื่นรมย์ของตน คือผู้ที่มีความพิถีพิถัน และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความ-ต้องการจะดื่มเบียร์ที่เปี่ยมคุณภาพ ในราคาที่คุ้มค่า”

กลุ่มเป้าหมาย:
“ชายหญิงอายุ 23-35 ปี ผู้รักอิสระ อาศัยในเขตเมือง มีมุมมองเปิดกว้างต่อวัฒนธรรมที่หลาก-หลาย ชอบความท้าทาย มั่นใจ และมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จในวิถีทางของตนเอง”
การขายและจัดจำหน่าย

SKUs

  •  ขวดเล็ก (330 มล.) ราคาประมาณ 25 บาท
  • ขวดใหญ่ (640 มล.) ราคาประมาณ 45 บาท
  •  แบบกระป๋อง และเบียร์สด จะมีการวางจำหน่ายในโอกาสต่อไป
  • วางจำหน่ายครอบคลุมกว่า 10,000 ร้านค้า ในเขตเมืองใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

ช่องทางการจำหน่าย

  • โมเดิร์น เทรด
  • ร้านสะดวกซื้อ
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ไฮเปอร์มาร์เก็ต
  •  เทรดดิชันนอล เทรด
  • ร้านค้าปลีกทั่วไป
  • ร้านอาหาร
  • สถานบันเทิง
  • ร้านอาหาร
  • ศูนย์อาหาร
  • มุมอาหารภายในศูนย์การค้า
  • ผับ
  • บาร์

ความสำเร็จทั่วโลกมีวางจำหน่ายในกว่า 60 ประเทศ
ทำการผลิตใน 7 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ประสบความสำเร็จด้วยยอดการเติบโตที่น่าพึงพอใจในตลาดเบียร์ที่ก้าวหน้าของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ ไอร์แลนด์ และกลุ่มประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย

แหล่งที่มา   .ryt9

Read More »

ตำนานและเส้นทาง Heineken 144 ปี

Heineken

Heineken เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ได้ปล่อยแคมเปญ There’s More Behind the Star ประวัติศาสตร์และความลับของความสำเร็จของแบรนด์ระดับโลก

จุดกำเนิด “ดาวแดง”
เริ่มต้นขึ้นในลักษณะธุรกิจครอบครัว ในปี ค.ศ. 1864 Gerard Adriaan Heineken ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 22 ปี ได้เข้าซื้อโรงหมักเบียร์เล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า The Haystack ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม จนกระทั่งในปีค.ศ. 1873 ได้เริ่มใช้ชื่อแบรนด์ Heineken® เป็นครั้งแรกและ Heineken® ได้ว่าจ้าง Dr. H. Elion ลูกศิษย์ของ Louis Pasteur (นักเคมีและจุลชีวิวิทยาที่เราต้องท่องชื่อเขาตอนเด็กๆ นั่นแหละ) ให้เป็นผู้คิดค้นสูตรเบียร์ที่ดีที่สุด

ซึ่งหัวใจหลักอยู่ที่ยีสต์ที่เรียกว่า ใช้ชื่อยีสท์ตัวนี้ว่า Heineken® A-Yeast และก็เกิดผลตอบรับที่ดีขึ้นทันตา จากนั้นปี 1875 ได้รับรางวลัชนะเลิศเหรียญทอง Medaille D’Or เป็นครั้งแรก จากงาน International Maritime Exposition ที่ปารีส และนั่นก็เป็นใบเบิกทางให้ Heineken® ก้าวเข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะขยายไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา และปี 1933 ก็ไปสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา นับเป็นเบียร์ต่างชาติแบรนด์แรกของโลกที่เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากเคยมีคำสั่งห้ามมาช่วงระยะหนึ่ง และใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันก็กลายเป็นเบียร์นำเข้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด พร้อมด้วยรางวัลด้านคุณภาพที่มีอีกมากมายจากหลายๆ เวที

ตลาดในเอเชีย
วางจำหน่ายใน 192 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่สภาพของตลาดเบียร์ทั่วโลกไม่ได้สวยงามเหมือนเคย แต่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับเติบโตสวนกระแส

ในประเทศไทย ได้มีความร่วมมือกับ Thai Asia Pacific Brewery (TAPB) เปิดโรงงานมาตั้งแต่ปี 1995
ซึ่งรสชาติของเบียร์ ได้รับการการันตีว่าเป็นรสชาติเดียวกันทั่วโลก เพราะต้องผ่านการปรุงจากสูตรลับเฉพาะโดยมี 4 ส่วนผสมจากธรรมชาติ A–Yeast, ข้าวบาร์เลย์มอลต์, ฮอปส์ และ น้ำ หลังจากนั้นก็จะผ่าน

การบ่มในถังหมักแนวนอนเป็นเวลา 28 วัน Brew Master ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสูตรลับนี้ ประกาศว่าห้ามเร่งรัดกรรมวิธีนี้เด็ดขาด โดยมีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้สึก บริสุทธิ์, ธรรมชาติ และมีคุณภาพในทุกๆ หยด
ว่าด้วยเรื่องของประวัติและคุณภาพของสินค้ามาแล้ว อีกเรื่องที่โดดเด่นไม่แพ้กันของ ก็คือ การทำการตลาด สร้างการจดจำไว้มากมาย และเป็นกรณีศึกษาของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องของความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ยังมีการทำการตลาดผ่านฟุตบอล UEFA Champions League เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแค่เสียงเพลงประจำการแข่งขันดังขึ้น แฟนบอลที่ติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิดก็นึกภาพออกทันทีว่าดาวแดงห้าแฉกจะต้องปรากฏขึ้นบนพื้นหญ้าสีเขียว #ChampionTheMatch

โดยในฤดูกาล 2016/2017 นี่ Heineken® นำเสนอเรื่องราวผ่าน Jose Mourinho ซึ่งต้องบอกว่าเหมาะเหลือเกินเพราะ The Special Oneเคยคุมทีมดังมาแล้วทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็นลีคอังกฤษ, สเปน, อิตาลี และแน่นอนเขายังเป็นขวัญใจชาวโปรตุกีสประเทศบ้านเกิดอีกด้วย ด้วยบุคลิกของเขา ต่อให้เป็นแฟนทีมคู่แข่งก็ยังต้องบอกว่าผู้ชายคนนี้ทั้งน่ารักและน่าชังซะจริงๆ

“ดาวแดง” Brand Icon สุดสตรอง สู่การตลาดแบบ Personalized

ที่ผ่านมาแพ็กเกจจิ้ง ได้กลายเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างที่ทำให้แฟนๆ ชื่นชอบ ด้วยพลังของการดีไซน์ หรือแต่งแต้มทำให้รู้ว่า Heineken® เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ลูกค้าชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจจิ้งวัสดุใดหรือไซส์ใด ด้วยความใส่ใจในการออกแบบนี่เองที่ผลักดันให้ “ดาวแดง” กลายเป็น Icon ที่ทั่วโลกรู้จัก บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่เสมือนป้ายโฆษณาไปในตัว และในแคมเปญ There’s More Behind the Star นี่ ผู้บริโภคจะได้มีโอกาสสัมผัสและร่วมสร้างประสบการณ์ไปกับ “ดาวแดง” มากกว่าครั้งไหนๆ

แหล่งที่มา   brandbuffet

Read More »

สปายไวน์คูลเลอร์ spy wine cooler

สปายไวน์คูลเลอร์

สปายไวน์คูลเลอร์ spy wine cooler

 

สปายไวน์คูลเลอร์ SPY Wine Cooler คือแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม (RTD) ที่คนไทยทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีมานานกว่า 30 ปี และครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 70 % เป็นผู้นำในตลาดทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SPY Wine Cooler ถูกผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรองุ่นคุณภาพดีผสมกับน้ำแร่ธรรมชาติ ให้รสชาติหอมกลมกล่อม อีกทั้งมีพรายฟองซ่าที่ให้ความสดชื่น จึงเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติดี ดื่มง่ายด้วยส่วนผสมแอลกอฮอล์เพียง 4-6% เหมาะกับทุกความสนุก ทุกการสังสรรค์ของคนรุ่นใหม่

คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่มที่ขายดีที่สุด ด้วยยอดขายต่อปีมากถึง 180 ล้านขวด ทำจากการผสมของไวน์องุ่นและผลไม้กับน้ำอัดก๊าซ มีทั้งหมด 12 รสชาติด้วยกัน ประกอบไปด้วย 5 รสในกลุ่มคลาสสิค 4 ในกลุ่มค๊อกเทล และ อีก 3 แบบพิเศษ

 

แหล่งที่่มา   spywinecooler

Read More »

cocktail ต้นกำเนิด

Cocktail

 

Cocktail ต้นกำเนิด

ต้นกำเนิดของเครื่องไม่ปรากฏชัด ส่วนการผสมเครื่องดื่มแบบนี้มีมาแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ในประเทศฝรั่งเศส โดยใช้เบียร์ เหล้าน้ำผึ้ง เป็นหลักแล้วจึงนำมาผสมกับเหล้าที่ใส่เครื่องเทศ และมีพัฒนาการไปใช้ ไวน์ เหล้า เครื่องเทศ น้ำตาล น้ำผลไม้ผสมกัน

โดยชาวฝรั่งเศสเรียกว่า coquetel (คอเกอเตล) ประมาณปี พ.ศ. 2318 ถึง พ.ศ. 2326 ทหารฝรั่งเศสเดินทางไปช่วยสหรัฐอเมริกาทำสงครามกับประเทศอังกฤษและทหารฝรั่งเศสได้ผสมเครื่องดื่มแบบนี้ดื่มกันและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ทหารของ

สหรัฐอเมริกา แม้สงครามจะหยุดลงแล้วความชื่นชอบในเครื่องดื่มชนิดนี้ก็ยังคงอยู่ และแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนการเรียกขานชื่อคาดว่าเพี้ยนมาจากคำว่า coquetel (คอเกอเตล) ในภาษาฝรั่งเศส

คำว่า “ค็อกเทล” COCKTAIL เป็นคำที่ใช้เรียกเครื่องดื่มผสมนับเป็นเวลายาวนานใน ค.ศ. 1776

ในบาร์แห่งหนึ่งที่ นิวยอร์ก มรสุภาพสตรีผู้หนึ่งได้ตกแต่งและประดับบาร์ของเธอด้วยหางขนไก่ สีสันสวยงามเต็มร้านและเธอยังมีความคิดแปลกที่ไม่เหมือนใคร โดยได้ใส่หางขนไก่ COCKTAIL ลงในเครื่องดื่มผสมทุกแก้ว แทนไม้คนบาร์ทั่วไป ไม่ช้าร้านของเธอก็เป็นที่นิยมของนักราตรี และคำว่า “ค็อกเทล” ก็เริ่มจากที่นี่

เครื่องดื่มผสมที่มีเหล้า วัตถุดิบที่มีแอลกอฮอล์

ชนิดหรือมากกว่าเป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มแก้วนั้น เครื่องดื่มผสมบางแก้วมีส่วนประกอบที่เป็นเหล้าเป็นส่วนประกอบชนิดเดียวหรือบางแก้วมีส่วนประกอบที่เป็นเหล้าถึง 3-4 ชนิด
ยกตัวอย่างเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของเหล้าเพียง 1 ชนิด เช่น สกูร ไดรฟเว่อร์ (SCREWDRIVER)ซึ่งมีวอดก้าที่เป็นเหล้าเป็นส่วนประกอบ บลัดดี้ แมรี่ (BLOODY -MARY)

ซึ่งก็มีวอดก้าเป็นส่วนประกอบอีกเช่นกัน จิน โทนิค (Gin tonnic)มีจินที่เป็นเหล้าเป็นส่วนประกอบส่วนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเหล้ามากกว่า 1 ชนิด เช่น สิงคโปร์ สลิง (singapore Sling) มี จิน เชอร์รี่ บรั่นดี คอนโทร เป็นส่วนประกอบซอมบี้(ZOMBIE) จะมีเหล้าอยู่ 3 ชนิด คือ รัมสีขาว รัมสีดำ และแอปริคอต – บรั่นดี

 

แหล่งที่มา    sites

Read More »